การมีเว็บไซต์ที่ดีถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่สามารถเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมาก แต่การจะเลือกบริษัททำเว็บไซต์ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการและสามารถตอบโจทย์ได้จริง ก่อนที่จะตัดสินใจจ้างบริษัททำเว็บไซต์ มาดูกันว่าเจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบอะไรบ้างใน Checklist ต่อไปนี้ เพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด
1. ระบุความต้องการของเว็บไซต์อย่างชัดเจน
ก่อนที่คุณจะเริ่มมองหาบริษัททำเว็บไซต์ คุณต้องรู้ว่าคุณต้องการเว็บไซต์ในลักษณะไหน เช่น เว็บไซต์ที่เป็น e-commerce เว็บไซต์แสดงสินค้าและบริการ หรือเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับการแสดงข้อมูลบริษัท (Corporate site) หรือเว็บไซต์สำหรับบล็อกและเนื้อหาต่างๆ การระบุความต้องการที่ชัดเจนจะช่วยให้บริษัทที่คุณเลือกสามารถเสนอบริการที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้
2. ตรวจสอบประสบการณ์และผลงานของบริษัท
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกบริษัททำเว็บไซต์คือประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมาของบริษัทนั้นๆ คุณควรขอพอร์ตฟอลิโอหรือเว็บไซต์ที่บริษัทได้ทำไว้แล้ว เพื่อตรวจสอบคุณภาพของงานที่พวกเขาสร้างขึ้น สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญในด้านการทำเว็บไซต์ในประเภทที่คุณต้องการ เช่น การออกแบบที่ดูดี ใช้งานได้ง่าย รวมถึงการตอบสนองที่ดีต่อการใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ (Responsive design)
3. ตรวจสอบความสามารถในการออกแบบ UX/UI
การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) และการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) เป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เว็บไซต์ของคุณใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ คุณควรเลือกบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ UX/UI เพื่อให้เว็บไซต์มีการออกแบบที่ใช้งานง่าย ตอบโจทย์การใช้งาน และให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้เข้าชม
4. การรองรับ SEO ตั้งแต่ต้น
การทำ SEO (Search Engine Optimization) เป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม เว็บไซต์ที่ถูกต้องตามหลัก SEO ตั้งแต่การพัฒนาเว็บไซต์จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถติดอันดับในผลการค้นหาของ Google ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ควรตรวจสอบว่าบริษัทที่คุณเลือกสามารถรองรับการทำ SEO ตั้งแต่เริ่มต้นได้ เช่น การทำ SEO On-page (เช่น การใช้คำหลักที่เหมาะสม, การจัดโครงสร้าง URL และการเพิ่ม meta tags) หรือการสร้างเว็บไซต์ที่มีการโหลดเร็วและสามารถทำงานได้ดีบนมือถือ
5. ฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับการขยายตัว
ธุรกิจของคุณอาจจะเติบโตขึ้นในอนาคต ดังนั้นเว็บไซต์ของคุณควรมีฟังก์ชันที่สามารถรองรับการขยายตัวได้ง่าย เช่น ความสามารถในการเพิ่มจำนวนหน้าเว็บ, เพิ่มฟังก์ชันการชำระเงินออนไลน์, หรือฟังก์ชันที่รองรับการจัดการข้อมูลและสต็อกสินค้าในเว็บไซต์ หากคุณเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ พวกเขาจะสามารถแนะนำระบบหรือแพลตฟอร์มที่สามารถขยายตัวได้ตามความต้องการในอนาคต
6. การสนับสนุนและการบำรุงรักษาหลังจากการเปิดใช้งาน
เว็บไซต์ของคุณอาจต้องการการดูแลบำรุงรักษาหลังจากที่เปิดใช้งานไปแล้ว เช่น การอัปเดตข้อมูล, การอัปเกรดระบบ, หรือการจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรเลือกบริษัทที่สามารถให้การสนับสนุนหลังการขายได้ดี เช่น การแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน หรือการเสนอแผนบำรุงรักษาระยะยาวที่สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
7. การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
เทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์เป็นปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจ เลือกบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นที่นิยม เช่น WordPress, Shopify, หรือ Joomla หากเว็บไซต์ของคุณต้องการฟังก์ชันพิเศษ หรือการพัฒนาแบบเฉพาะตัว ควรเลือกบริษัทที่มีความสามารถในการเขียนโปรแกรม (Custom development) เพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ
8. การกำหนดงบประมาณที่เหมาะสม
การกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมสำหรับการทำเว็บไซต์เป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องทราบว่าเว็บไซต์ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป แต่ก็ควรเลือกบริษัทที่สามารถให้บริการที่คุ้มค่าและตรงกับงบประมาณของคุณ ควรตรวจสอบราคาให้ชัดเจนก่อนทำสัญญา และหากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรสอบถามให้ละเอียดก่อน
9. ตรวจสอบความเร็วในการพัฒนาและเวลาในการส่งมอบ
คุณควรตรวจสอบเวลาที่บริษัทจะใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ให้เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบให้คุณ ซึ่งปกติแล้วเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์จะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเว็บไซต์ แต่บริษัทที่ดีจะสามารถกำหนดเวลาและปฏิบัติตามกำหนดการได้ดี ควรคุยกันให้ชัดเจนเกี่ยวกับเวลาและขั้นตอนในการทำงาน
10. การสื่อสารที่ดีและความสามารถในการทำงานร่วมกัน
การสื่อสารที่ดีระหว่างคุณและบริษัททำเว็บไซต์ถือเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรเลือกบริษัทที่สามารถรับฟังความคิดเห็นของคุณและสามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขงานตามคำแนะนำของคุณได้ คุณจะต้องทำงานร่วมกับทีมของบริษัทอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้เว็บไซต์ที่ตรงตามความต้องการของคุณ
สรุป
การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีความรู้และเตรียมตัวมาอย่างดี ด้วยการใช้ Checklist ข้างต้น เจ้าของธุรกิจจะสามารถเลือกบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถให้บริการตามความต้องการของคุณได้ หากคุณเลือกบริษัทที่เหมาะสม คุณจะได้เว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ และพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต
สนใจปรึกษาฟรีที่ ติดต่อเรา
บคความที่เกี่ยวข้อง ทำไม “เว็บไซต์คุณภาพ” จึงสำคัญต่อธุรกิจ, 10 องค์ประกอบของเว็บไซต์คุณภาพที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม, Website Refresh vs Website Redesign เมื่อไรควรแค่ปรับ และเมื่อไรควรสร้างใหม่ทั้งเว็บ
