Dropbox เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ Transfer
ช่วยส่งไฟล์ให้ง่ายขึ้นในแบบเดียวกับ WeTransfer 4 พฤศจิกายน Dropbox ได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Dropbox Transfer เป็นวิธีการแชร์ไฟล์ที่ง่ายขึ้นสำหรับใช้ส่งไฟล์ถึงบุุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ใช้งาน Dropbox ได้ เช่น ลูกค้า หรือคนนอกบริษัท โดยที่คุณไม่ต้องเปิดแชร์ไฟล์ให้ยุ่งยาก เพียงแค่โยนไฟล์ที่จะส่งเข้าไปในหน้าอัปโหลด จากนั้นจะได้รับลิงก์ไปยังหน้าดาวน์โหลดไฟล์นั้น ซึ่งคุณสามารถส่งลิงก์นี้ไปยังผู้รับผ่านแชตหรือจะเลือกส่งลิงก์ผ่านอีเมลก็ได้เช่นกัน ลักษณะจะเหมือนกับ WeTranfer นั่นเอง มีตัวอย่างขั้นตอนการส่งไฟล์ดังนี้ ฟีเจอร์ Transfer ของ Dropbox สำหรับส่งไฟล์ผ่านลิงก์ เข้าสู่หน้าเว็บ https://www.dropbox.com/transfer ให้ล็อกอินเข้าสู่ระบบ ก็จะเข้าสู่หน้าการส่งไฟล์ดังภาพด้านบน จากนั้นให้คุณลากไฟล์ที่ต้องการส่งลงไป ผู้ใช้ระดับ Basic สามารถส่งไฟล์ได้สูงสุดที่ 100 MB ต่อครั้ง ส่วนระดับ Professional ส่งไฟล์ได้ถึง 100 GB แสดงรายการของไฟล์ที่จะส่ง หากต้องการส่งไฟล์เพิ่มเติมให้คลิกที่เครื่องหมาย + ตรงมุมขวาบน ส่วนด้านล่างในกรอบ Expires ใช้สำหรับกำหนดวันหมดอายุ มีให้เลือก 3 วัน...
SSL คืออะไร ดีอย่างไร
วันนี้มีเพื่อนๆถามเข้ามาว่า SSL คืออะไร มีผลอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ เชื่อว่าหลายๆคน อาจจะไม่ค่อยได้ยิน หรือบางคนอาจจะเคยผ่านตากับคำนี้มาบ้าง แต่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ เดี๋ยววันนี้แอดจะมาอธิบายอย่างง่ายๆกัน📌SSL ( Certificates) ย่อมาจาก Secure Socket Layer 📌คือ เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น นั่นก็หมายความว่าถ้าเว็บไซต์ของเพื่อนๆได้รับเครื่องหมายนี้ https://ก็จะได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและน่าเชื่อถือในการเข้าใช้งานคะแนนที่ได้รับจาก Search engines อย่าง Google ก็จะได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น มีโอกาสที่จะติดหน้าแรกๆในการค้นหาก็จะมีมากขึ้น ติดต่อเราที่นี่ดูรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมตัวอย่างของ SSL ( Certificates) ได้ที่ www.ดูแลเว็บ.com และ www.websthai.com ▶️ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย085 100 1834, 082 201 7680, 083 111 5252Email: info@websthai.com Line id: Mediadesign
รีดีไซน์เว็บไซต์ ดีอย่างไร
ทคโนโลยีในการสร้างและการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปทุกนาที เว็บไซต์ที่คุณสุดแสนจะภาคภูมิใจเมื่อ 2 ปีก่อน พอมาถึงตอนนี้ คุณอาจจะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับมันมากนัก อาจเพราะว่าทุกอย่างบนเว็บไซต์ของคุณนั้นแทบจะเหมือนเดิมไม่ต่างจากวันแรกที่คุณทำมันออกมา ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตามไปเหมือนเทคโนโลยีเลย ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่า เว็บไซต์นั้นเป็นหน้าเป็นตาของของธุรกิจคุณบนโลกออนไลน์ เป็นสิ่งที่ลูกค้าของคุณจะเห็นก่อนที่เค้าจะกลายเป็นลูกค้าของคุณด้วยซ้ำ จากผลการวิจัยของ Stanford University บอกว่า 75% ของลูกค้า จะตัดสินว่าธุรกิจนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ก็จากการเข้าไปดูเว็บไซต์ของธุรกิจนั้นๆ เพียงอย่างเดียว แล้วคุณแน่ใจหรือเปล่าว่าเว็บไซต์ปัจจุบันของคุณ ยังสามารถทำให้คน 75% ที่ว่านั้น “เชื่อถือ” ในธุรกิจของคุณ? บทความนี้ เรามีเหตุผลที่จะช่วยให้คุณรู้ว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณควรจะต้องทำเว็บไซต์ใหม่ให้กับธุรกิจของคุณเสียที 1. เว็บไซต์ปัจจุบันไม่ทำให้คุณได้ผลลัพธ์อย่างที่คุณต้องการเว็บไซต์ของคุณถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างฐานลูกค้า ซึ่งตัวเลขของผลลัพธ์ต่างๆ ของคุณควรจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายใหญ่ทางธุรกิจที่คุณวางเอาไว้ถ้าคุณไม่แฮปปี้กับผลลัพธ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ ก็อาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องลองวางแผนที่จะทำเว็บไซต์ใหม่แล้ว 2. เว็บไซต์กับแบรนด์ดิ้งของคุณไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน3. เว็บไซต์ของคุณไม่รองรับกับวิธีในการทำการตลาดออนไลน์ใหม่ๆหากย้อนไปช่วงต้นปี 2000 ธุรกิจไหนที่มีเว็บไซต์ ถือว่าเท่ห์ ถือว่าคูลสุดๆ แต่ในปัจจุบัน การมีเว็บไซต์ถือเป็น “Requirement” ของทุกบริษัท แต่เว็บไซต์ส่วนใหญ่ ก็ยังคงถูกมองว่าเป็นเพียงโบรชัวร์หรือนามบัตรออนไลน์ทั้งที่จริงแล้ว การทำการตลาดออนไลน์ตอนนี้นั้นมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำ Remarketing, การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing, การทำ...